บริการด้านอาหาร: อาหารสำหรับ ผู้ป่วยกรดไหลย้อน

บริการด้านอาหาร: อาหารสำหรับ ผู้ป่วยกรดไหลย้อน อาการกรดไหลย้อน เกิดขึ้นจากการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดในหลอดอาหารคลายตัว ทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาบริเวณหลอดอาหารได้ และยังทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพเกิดมีโรคอื่นแทรกซ้อนได้ อันได้แก่ การอักเสบของหลอดเลือด

ผลกระทบต่อการเป็นกรดไหลย้อน คือ

– จะรู้สึกจุดเสียดที่บริเวณลิ้นปี่
– ปวดแสบปวดร้อนที่ยอดอก
– แสบคอ
– ไอ
– เรอบ่อย
– ส่งผลไปกระทบต่อนอนหลับ การทำงาน และในการดำเนินชีวิต ไม่มีประสิทธิภาพ

สาเหตุหลอดเลือดเสื่อมอาจมาจากการมีอายุมากขึ้นหูรูดในหลอดอาหารจึงเสื่อมไปตามวัย รวมไปถึงอาจเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่มาก และรวมไปถึงการรับประทานอาหารประเภทไขมันสูง ซึ่งจะทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวลดลงก็เป็นสาเหตุได้ แม้แต่ในการรับประทานอาหารเป็นจำนวนปริมาณมากเกินไปโดยเฉพาะคนเป็นโรคอ้วน บางคนรับประทานอาหารเสร็จนอนทันที ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคกรดไหลย้อนได้ เพื่อไม่ต้องการให้เกิดโรคกรดไหลย้อนก็ควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่จะไม่ให้เกิดเป็นโรคกรดไหลย้อน รวมถึงต้องคำนึงถึงเรื่องการรับประทานอาหารที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนพึงระวัง

1. อาหารไขมันสูง อาหารไขมันสูงอย่างอาหารทอดๆ ผัดๆ จะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง และเมื่อมีอาหารค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานขึ้น ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนควรงดอาหารไขมันสูง

2. อาหารที่มีแก๊สมาก ได้แก่จำพวก น้ำอัดลม ชา กาแฟ โซดา เครื่องดื่มชูกำลัง อาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด โยเกิร์ต บางชนิดก็อาจก่อให้เกิดผลเสียได้เพราะโยเกิร์ต คือทำมาจากนม โดยการหมัก จึงอุดมด้วยน้ำตาลแล็กโทส จึงอาจทำให้เกิดการหมักอยู่ในลำไส้และกลายเป็นฟองแก๊สได้ ถั่ว จัดว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยให้เป็นน้ำตาลได้ยากเมื่อทานควรทานน้ำดื่มตามมมากๆ เพราะถั่วเป็นอาหารที่กระตุ้นการสร้างน้ำย่อยมากขึ้น

3. น้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูจัดเป็นเครื่องปรุงรสที่มีกรดมากไม่ควรนำมาปรุงอาหาร เพราะจะทำให้เพิ่มกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น

4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ สุรา ซึ่งเป็น เครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่การนำวัตถุดิบที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล โดยนำไปหมัก และเติมยีสต์ลงไปเพื่อให้ยีสต์กินน้ำตาลที่อยู่ในวัตถุดิบ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อน

5. ผลไม้ที่มีกรดมากซึ่งได้แก่ ส้ม องุ่น มะนาว เลมอน มะเขือเทศ สับปะรด

6. ผักที่มีกรดแก๊สมากเช่น หอมหัวใหญ่ดิบ เนื่องจากพืชผักตระกูลหอม ไม่ว่าจะเป็น หัวหอมแดง หัวหอมใหญ่ หรือต้นหอม มักดูดซึมในลำไส้ได้น้อย

7. อาหารหมักดอง เช่น ผักกาดดอง ผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม

8. อาหารเสริมไขมันสูง เช่น น้ำมันตับปลา สารสกัดจากกระเทียม วิตามินอี หรือวิตามินซี

อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อนที่ควรใส่ใจในการเลือกมารับประทาน อันได้แก่

1. อาหารไขมันต่ำ อาหารไขมันต่ำก็อย่างเช่น เนื้อปลา ไก่ ไข่ขาว หรือพวกนมไขมันต่ำ หรือน้ำเต้าหู้ก็ดื่มได้

2. อาหารไฟเบอร์สูง อาหารที่มีไฟเบอร์สูงจะย่อยง่าย อย่างธัญพืช ข้าวโอ๊ต โฮลวีต โฮลเกรน ผัก ผลไม้ เป็นต้น

3. ผลไม้ สำหรับคนเป็นกรดไหลย้อน กล้วย แตงโม แคนตาลูป แอปเปิล พีช ลูกแพร์ อะโวคาโด เป็นต้น

4. น้ำขิง ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน สามารถช่วยขับลม ช่วยย่อย กระตุ้นการทำงานของลำไส้ ช่วยลดอาการท้องอืดหรืออาการกรดและแก๊สในกระเพาะที่เกินได้

5. ไขมันดี ร่างกายคนเรายังต้องการไขมันเป็นพลังงาน ดังนั้นคนเป็นโรคกรดไหลย้อนก็ไม่ควรงดไขมันดี เพราะไขมันดีเป็นตัวที่คอยเก็บคราบไขมันตามผนังหลอดเลือดออกไป แล้วขับออกจากร่างกายผ่านตับ และน้ำดีอีกด้วยไขมันชนิดดีได้จาก อะโวคาโด เมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันมะกอก น้ำมันงา หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปลาทะเลน้ำลึก นอกจากนี้ไขมันดียังพบได้ในถั่วต่างๆ เช่น แมคคาเดเมีย พิสตาชิโอ

อาหาร จึงเป็นสำคัญที่สำหรับช่วยผู้ป่วยที่เป็นกรดไหลย้อนอย่างมาก แต่ถ้ารับประทานอาหารไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการก็จะไปกระตุ้นให้เกิดกรดในกระเพาะได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคกรดไหลย้อนมีสุขภาพแย่ลง เนื่องจากอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน

ดังนั้น ถ้าจะใช้อาหารรักษาโรคกรดไหลย้อนให้หาย ซึ่งมีนักโภชนาการที่มีมีความรู้เกี่ยวกับอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนสามารถจะจัดอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคกรดไหลย้อนได้อย่างปลอดภัย